การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องเล่น MP3

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องเล่น MP3
เครื่องเล่น MP3 เป็นอุปกรณ์พกพาที่สะดวกที่สุด และเป็นอุปกรณ์ที่คนใช้กันมากที่สุด เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก เหน็บใส่กระเป๋าติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะฟังตอนที่นั่งรถไปทำงาน ไปเรียน นั่งอ่านหนังสือ เล่นคอม อื่นๆอีกมากมาย จึงทำให้ MP3 เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ ดังนั้นวันนี้ผมจึงเอาคำแนะนำในการเลือกซื้อ MP3 มาฝากทุกๆท่านกันครับ
* การรองรับไฟล์แต่ละประเภท เนื่องจากไฟล์เพลงมีมากมายหลายประเภทตั้งแต่ MPEG, Wav, Audio, AGG เป็นต้น ดังนั้นหากเครื่องเล่นสามารถรองรับไฟล์ได้หลายประเภทย่อมดีกว่าแน่นอน
* ขนาดความจุ ยิ่งความจุมากยิ่งบรรจุเพลงได้เยอะ บางครั้งเรามีเพลงที่ชอบมากมาย ถ้าเรามีขนาดความจุที่น้อย ทำให้เราใส่เพลงลงไปได้ไม่มากพอ
* หน้าจอแสดงผล จำเป็นมากในการเลือกเพลง ถ้าไม่มีจอแสดงผลเราก็ไม่สามรถเลือกเพลงที่เราต้องการได้เลย นอกจากนั้นยังสามารถบอกสถานะของแบตเตอรี่ได้อีกด้วย
* ฟังก์ชั่นเสริม เช่นการบันทึกเสียง การฟัง FM การบันทึกเพลงจาก FM เป็นต้น
* ความสามารถในการบันทึกข้อมูล นอกจากจะใช้ฟังเพลงแล้ว ยังสามารถบันทึกข้อมูลอื่นๆเช่นรูปภาพ หนัง หรืองานต่างๆได้อีกด้วย
* รูปทรงที่ทันสมัยสวยงาม อันนี้แล้วแต่ชอบครับ สเปคใครสเปคมัน เลือกอาที่เราถูกใจ
* การรับประกัน ร้านค้าส่วนใหญ่จะมีการรับประกันเปลี่ยนตัวใหม่ให้ภายใน 7 วัน ส่วนการรับประกันจากตัวผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1 ปี

เป็นไงบ้างกับข้อมูลที่ผมนำมาฝาก หวังว่าทุกท่านคงจะถูกใจนะครับ

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น
การอาบน้ำเย็นในช่วงหน้าหนาวนั้นเป็นอะไรที่แสนทรมานมากๆ ผมยังจำได้ตอนที่ยังเด็ก แม่ต้องต้มน้ำมาผสมน้ำอาบให้ แต่ปัจจุบันเรามีเครื่องทำน้ำอุ่นที่ช่วยให้เราสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมน้ำอีกต่อไป แต่เราจะมีวิธีการเลือกอย่างไรล่ะ ให้ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด วันนี้ผมมีการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาฝากครับ
1. วัสดุที่ใช้ทำตัวเครื่อง ส่วนใหญ่จะเลือกใช้พลาสติกมาใช้ทำตัวเครื่อง เนื่องจากปลอดภัย ไม่เป็นสนิม การที่เราสัมผัสตัวเครื่องโดยตรงจะไม่เป็นอันตราย แต่ก็มีบางยี่ห้อใช้วัสดุกึ่งโลหะมาใช้ทำเป็นตัวเครื่อง เพื่อความสวยงาม แต่ค่อนข้างอันตราย หารเกิดไฟรั่วแล้วมือเราไปสัมผัสตัวเครื่อง อาจจะทำให้เราโดนไฟช็อตได้
2. ระบบรักษาความปลอดภัย หรือระบบตัดไฟอัตโนมัติ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ ELB คือตัดไฟทันทีที่มีไฟรั่ว ซึ่งทำให้เรามั่นใจว่าจะปลอดภัยจากการใช้งานนั่นเอง
3. ระบบทำความร้อน ส่วนใหญ่เป็นระบบหม้อต้ม มีบ้างที่เป็นการใช้แก๊ส ไม่ค่อยแนะนำเพราะค่อนข้างอันตราย ข้อดีของระบบหม้อต้มคือถอดออกมาทำความสะอาดได้ ไม่ยุ่งยาก
4. ฟังก์ชั่นอื่นๆเช่น การควบคุมแรงดันน้ำให้คงที่ สามารถปรับระดับไม่ให้แรงหรือเบาไปได้
หรือการปรับระดับความร้อน สูงสุดได้กี่องศา และควบคุมไม่ให้มีความร้อนเกินกี่องศา ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้
5. สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเอง หรือทางร้านบริการติดตั้งให้ สิ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือการติดตั้งสายดิน เพราะเครื่องทำน้ำอุ่นนี้ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกน้ำตลอดเวลาในขณะใช้ ดังนั้นหากเกิดไฟรั่ว แล้วร่างกายของเราไปสัมผัสเข้า ก็จะได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ดังนั้นการที่เราติดตั้งสายดิน จะช่วยให้ไฟฟ้าที่รั่วออกมาไหลลงสู่พื้นดิน และไม่ทำอันตรายต่อเรานั่นเอง

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเตารีด

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเตารีด
เตารีดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านจำเป็นต้องใช้เนื่องจากทุกคนต้องใส่เสื้อผ้า และที่สำคัญทุกคนต้องรีดผ้า ดังนั้นการเลือกซื้อเตารีดจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก วันนี้ผมจึงมาแนะนำการเลือกซื้อเตารีดว่าแต่ละประเภทมีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร
* เตารีดธรรมดา คือเตารีดที่นิยมใช้กันมากในสมัยก่อน เนื่องจากราคาถูก แต่มีน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ไม่เหมาะกับผู้หญิง ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว
* เตารีดที่เคลือบสารเพิ่มความร้อน เตารีดประเภทนี้จะให้ความร้อนที่สูง ทำใหการรีดผ้าทำได้เร็วมากยิ่งขึ้น สามารถรีดกางเกงยีนส์ หรือเสื้อผ้าที่เนื้อผ้ามีความหนามากให้เรียบได้ในเวล่าที่รวดเร็ว แต่ราคาค่อนข้างสูง
* เตารีดที่เคลือบสารเทฟล่อน เตารีดประเภทนี้สามารถรีดเสื้อที่พิมพ์ลายบนเสื้อได้โดยที่ลายของผ้าไม่ละลายออกมา เหมาะกับคนที่ชอบไส่เสื้อยืดพิมพ์ลายทำให้ไม่ต้องกลับเสื้อเวลารีด
* เตารีดไอน้ำ เตารีดประเภทนี้สามารถสร้างไอน้ำออกมาด้วยในขณะที่รีด ทำให้ไม่ต้องฉีดน้ำใส่ผ้าเวลารีด สะดวกสบาย แต่ต้องคอยเติมน้ำก่อนที่จะรีดผ้า แต่ถ้าเป็นรุ่นที่แพงๆจะมีที่เติมน้ำที่ตัวทำไอน้ำ ทำให้สะดวก แต่ราคาสูงมาก ประมาณ 1 หมื่นบาทขึ้นไป ข้อดีคือรีดได้ทุกเนื้อผ้า แม้แต้ผ้าที่มีความบางที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการรีดสูง ก็สามารถรีดได้อย่างง่ายดาย
ต่อจากนี้ไปทุกท่านคงจะเลือกซื้อเตารีดได้เหมาะสมกับการใช้งานอย่างที่สุดนะครับ

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อกล้องเว็บแคม

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อกล้องเว็บแคม
ปัจจุบันการใช้โปรแกรมที่เกี่ยวกับโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คส่วนใหญ่จะรองรับการแชทแบบเห็นใบหน้า ดังนั้นการเลือกซื้อการเลือกซื้อกล้องเว็บแคมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากที่คุณไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด เพราะถ้าคุณเลือกไม่ดี แทนที่คู่สนทนาของคุณจะประทับใจ อาจจะทำให้เขาเลิกคุยกับคุณไปเลยก็ได้ ดังนั้นวันนี้ขอแนะนำการเลือกซื้อกล้องเว็บแคมมาฝากกันครับ
* ความละเอียดของกล้อง คือตัวเลขที่อยู่บนกล่องเช่น 800 x 600 dpi คือความละเอียดของเส้นในแนวตั้งและแนวนอน ตัวเลขยิ่งมากยิ่งละเอียด คอนนี้ความละเอียดสูงเป็นหลักล้าน (MP : Mega Pixel)
* การปรับความสว่าง กล้องบางตัวสามารถปรับความสว่างอัตโนมัติได้ ทำให้สามารถใช้งานได้ดีแม้ในที่ที่แสงน้อย
* การปรับองศาในการรับภาพ บางตัวจะไม่สามรถปรับมุมในการรับภาพได้ ทำให้เราต้องปรับมุมกล้องเอาเอง ในขณะที่บางรุ่นสามารถปรับได้ ทำให้ไม่ต้องปรับเอง
* ไมโครโฟนติดตั้งมาภายในกล้อง (Built In) ทำให้สามารถใช้เสียงในการสนทนาได้ด้วย
* โปรแกรมลูกเล่นอื่นๆเช่นโปรแกรมแต่งภาพ โปรแกรมกรอบรูป โปรแกรมใส่หนวด ใส่หมวก เป็นการเพิ่มลูกเล่นให้กับภาพของเราให้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
* สามารถดูผ่าน Internet ได้ เรียกว่า IP Camera เหมาะกับผู้ที่อยู่ไกล สามารถดูผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทันที
* ตรวจจับความเคลื่อนไหว กล้องประเภทนี้จะมีเซ็นเซอร์ที่ได้ตรวจจับการเคลื่อนไหว กล้องประเภทนี้จะเหมาะกับการใช้เป็นกล้องวงจรปิดสำหรับช่วยเรื่องความปลอดภัย

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องเล่น DVD

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องเล่น DVD
เนื่องจากปัจจุบันเครื่องเล่น DVD มีราคาถูกลงไปอย่างมาก แถมมีมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ โดยมีราคาตั้งแต่หลักพันขึ้นไป แล้วแต่ยี่ห้อและฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามา แต่จะเลือกยังไงล่ะให้ได้เครื่องเล่น DVD ที่มีคุณภาพดีสมราคา คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป วันนี้ผมมีข้อมูลมาฝากครับ
1. ให้ลองนำแผ่นที่บ้านไปทดลองเล่น อย่าใช้แผ่นของที่ร้านเด็ดขาด เพราะแผ่นที่ร้านเขาออกแบบมาสำหรับใช้ทดสอบโดยเฉพาะ ภาพมันจะสวยเกินจริง ให้เราเอาแผ่นที่บ้านโดยเฉพาะแผ่นที่เป็นรอยลองเปิดดู ถ้าเล่นได้ไม่มีปัญหานั่นแหล่ะค่อยพิจารณาข้อต่อไป แต่ถ้าเล่นไม่ได้ก็บอกลาแล้วเปลี่ยนยี่ห้อได้เลยครับ
2. ให้ลองเปิดกับ TV ที่มีขนาดตั้งแต่ 29” ขึ้นไป เพื่อดูคุณภาพของภาพที่ได้ออกมานั้นมีความชัดเจน สดใสมากขนาดไหน ถ้ามีเส้นหยักๆตรงขอบแสดงว่าคุณภาพค่อนข้างต่ำ ไม่แนะนำให้ซื้อครับ เปลี่ยนยี่ห้อไปเลย ไม่ต้องเกรงใจพนักงานขาย ดีกว่าต้องมานั่งเสียอารมณ์กับการดูหนังเรื่องโปรดแต่คุณภาพของภาพไม่ได้เรื่อง
3. ฟังก์ชั่นเสริมอื่นๆเช่นเล่นไฟล์ภาพได้ เล่นไฟล์ DIVX อ่านไฟล์จาก USB ได้เป็นต้น ซึ่งตอนนี้เกือบทุกยี่ห้อมีคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นนี้หมดแล้ว
4. การรับประกันคุณภาพ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1 ปี สำหรับท่านที่อยู่ต่างจังหวัดควรเลือกสินค้าที่มีศูนย์อยู่ในจังหวัดนั้น เพราะการซ่อมจะทำได้ค่อนข้างเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาคอยนาน เนื่องจากต้องส่งไปซ่อมที่อื่น ที่สำคัญหากมีปัญหาซ้ำเราสามารถขอพบช่างที่ทำการซ่อมให้เราเพื่อสอบถามข้อข้องใจได้อีก
เห็นมั๊ยครับ ใครว่าการเลือกซื้อเครื่องเล่น DVD เป็นเรื่องง่าย ถ้าเราให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อ ก็จะทำให้เราได้สินค้าที่มีคุณภาพดี สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ
หากคุณเป็นผู้หนึ่งที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ ดังนั้นการดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ที่รักของคุณจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และอุปกรณ์หนึ่งที่สำคัญมากๆสำหรับดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ทำงานได้อย่างยาวนานนั่นคือ “เครื่องสำรองไฟ” นั่นเอง ดังนั้นวันนี้จึงขอแนะนำการเลือกซื้อมาให้ทุกท่านได้นำไปใช้เลือกซื้อเครื่องสำรองไฟได้อย่างถูกต้อง
1. ขนาดความจุของแบตเตอรี่ ซึ่งจะมีผลต่อระยะเวลาในการสำรองไฟ ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 15 นาที ขึ้นอยู่กับจำนวนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
2. จำนวนช่องสำหรับเสียบอุปกรณ์เชื่อมต่อ ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 2 – 3 ช่องเสียบ บางยี่ห้อยังสามารถเสียบสานแลน หรือสายโมเด็มได้อีกด้วย
3. การแสดงผล บางยี่ห้อมีแค่ไฟแสดงผลการทำงานอย่างเดียว แต่บางยี่ห้อจะมีไฟ LED สำหรับแสดงผลการทำงาน ซึ่งหน้าจอยังสามารถแสดงอัตราการจ่ายไฟด้วย
4. นอกจากสำรองไฟแล้ว ความสามารถอีกอย่างของเครื่องสำรองไฟคือการปรับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ เพราะบางครั้งไฟที่จ่ายมาจากแหล่งจ่ายไฟอาจจะถูกส่งมาไม่ถึง 220 V หรือบางครั้งอาจจะส่งมาเกิน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ดังนั้นเครื่องสำรองไฟจึงมีความจำเป็นและมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
5. มีฟิวส์สำหรับเปลี่ยน เพราะบางครั้งที่กระแสไฟฟ้าถูกส่งมาเกินกว่าที่เครื่องจะรับได้ ฟิวส์จะทำหน้าที่ในการรับไฟ และตัดการเดินทางของกระแสไฟก่อนที่จะถูกจ่ายไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์
6. สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ เพราะบางยี่ห้อต้องส่งไปเปลี่ยนที่บริษัท ทำให้เสียเวลาในการทำงานของเรา ดังนั้นถ้าซื้อรุ่นที่เปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้เป็นอย่างมาก
เห็นไหมครับ ถ้าคุณให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟ คุณจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อยู่กับคุณไปได้อีกยาวนาน

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อจอมอนิเตอร

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อจอมอนิเตอร
ถ้าพูดถึงวิวัฒนาการของจอคอมพิวเตอร์ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที คงต้องเกริ่นกันยาวตั้งแต่สมัยยุคที่เป็นจอ CRT ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ให้นึกถึง TV สมัยก่อนที่ตูดยาว ถ้าลองเอามือไปจับด้านหลังแล้วล่ะก็ อาจจะสะดุ้งโหยงกันเลยทีเดียว เพราะมันร้อนมากนั่นเอง แต่ขอโทษครับ ราคาเป็นหมื่นนะ สมัยก่อนราคาแพงมาก แต่เดี๋ยวนี้ราคาไม่น่าเกิน 2 พันบาท แต่ปัจจุบันราคาจอมอนิเตอร์ถูกลงมาก แถมยังมีจอมากมายหลายประเภทให้เลือก ดดังนั้นวันนี้จึงขอแนะนำการเลือกซื้อจอมอนิเตอร์แต่ละประเภทกัน
1. จอ CRT คงไม่ต้องพูดถึงอะไรมาก เพราะปัจจุบันหาค่อนข้างยาก ยกเว้นมือสอง ราคาก็แสนถูก แต่ข้อเสียนั้นมีมากมาย ตั้งแต่น้ำหนักค่อนข้างมาก จะย้ายที่แต่ละทีเล่นเอาหอบ กินไฟ แถมความร้อนสูง
2. จอ LCD จอประเภทนี้ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบา และขนาดที่บาง ใช้เทคโนโลยีการยิงแสงผ่านผลึกเหลว จึงได้ชื่อว่าจอ LCD ซึ่งมาจาก Liquid Crystal Display นั่นเอง ข้อดีคือกินไฟน้อย น้ำหนักเบา และขนาดที่ค่อนข้างบางนั่นเอง
3. จอ LED ถูกพัฒนามาจากจอ LCD อีกที ใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบเดียวกัน แต่เปลี่ยนหลอดที่วางหลังจอจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ เป้นหลอด LED ดังนั้นจึงถูกเรียกว่าจอ LED แทน ข้อดีคือกินไฟน้อยกว่า LCD ประมาณเท่าตัว ความร้อนไม่สูง กินไฟน้อย
4. พอร์ตเชื่อมต่อ มีทั้งแบบ Analog คือ RGB และแบบ Digital คือ DVI และแบบความละเอียดสูงคือแบบ HDMI นั่นเอง ถ้าต้องการความละเอียดของภาพสูงแนะนำให้เลือกแบบ HDMI แต่คอมพิวเตอร์ต้องมีช่องสำหรับเชื่อมต่อด้วยนะครับ ไม่งั้นไม่มีประโยชน์ครับ
5. การรับประกัน ส่วนใหญาจะอยู่ที่ 1 – 3 ปีครับ
6. อัตราการกินไฟ อันนี้มีผลครับ เพราะบางคนเปิดทิ้งไว้ทั้งวัน สิ้นเดือนทีแทบหงาย เพราะค่าไฟแพงเหลือเกิน ถ้าต้องการแบบประหยัดก็แนะนำ LED ครับ แพงแต่คุ้ม
หวังว่าข้อมูลของผมคงมีประโยชน์ในการเลือกซื้อจอมอนิเตอร์ไม่มากก็น้อย และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการใช้คอมพิเตอร์นะครับ

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อการ์ดรีดเดอร์

การเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด ตอนการเลือกซื้อการ์ดรีดเดอร์
ปัจจุบันต้องยอมรับว่าอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการบันทึกข้อมูลมีหลากหลายและขนาดที่เล็กลง ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสก์ เอ็กซเทอร์นอล USB Drive หรือแม้แต่เมโมรี่การ์ด ที่มีหลายแบบ หลายขนาด แล้วแต่ตามจะเลือกใช้ตามความเหมาะสม เมื่อเลือกเมโมรี่การ์ดได้แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย คือตัวอ่านข้อมูลหลังจากที่เราทำการบันทึกข้อมูลแล้ว นั่นก็คือคัวอ่านเมโมรี่การ์ด หรือการ์ดรีดเดอร์นั่นเอง แล้วเราจะเลือกยังไงล่ะ ผมมีวิธีมาแนะนำครับ
1. อ่านข้อมูลให้ครบถ้วน เช่นอ่านเมโมรี่การ์ดได้กี่ประเภท เช่นบางรุ่นเขียนว่า 16 –in – 1 แปลว่าการ์ด
รีดเดอร์อันนี้อ่านเมโมรี่การ์ดได้ทั้งหมด 16 ประเภทนั่นเอง ต่อมาก็ดูว่ามีเมโมรี่การ์ดแบบที่เราใช้อยู่หรือไม่ เช่นเราใช้ SD Card ก็อ่านดูว่ารองรับการ์ดประเภทนี้หรือไม่
2. ระบบปฎิบัตการที่รองรับ ส่วนใหญ่จะรองรับระบบปฎิบัตการ Windows แต่ต้องดู Version ของวินโดว์ว่าเวอร์ชั่นที่เราใช้นั่นรองรับหรือเปล่า ส่วนใหญ่ถ้าใช้วินโดว์ XP, Vista นั้นจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ส่วนใหญ่จะไม่รองรับ Mac OS ดังนั้นถ้าคุณใช้เครื่อง Mac ล่ะก็ ต้องเช็คข้อมูลให้ดีนะครับ
3. เวอร์ชั่นของ USB ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการโอนถ่ายข้อมูล ส่วนใหญ่จะเป็นเวอร์ชั่น 2.0 ส่งผ่านข้อมูลได้สูงสุดอยู่ที่ 480 Mbps
4. มีไฟแสดงสถานะหรือไม่ เพราะจะทำให้เราสังเกตุได้ง่ายขึ้น ว่าอุปกรณ์ของเรากำลังทำงานอยู่หรือไม่
5. เป็นระบบ Plug & Play คือเสียบแล้วใช้งานได้เลย หรือต้องลงไดร์เวอร์
6. การรับประกันส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1 ปี
ทีนี้คุณก็ได้ข้อมูลในการตัดสินใจซื้อการ์ดรีดเดอร์ได้ง่ายขึ้น และขอให้มีความสุขกับอุปกรณ์ของคุณนะครับ

การเลือกซื้อของอย่างชาญฉลาด ตอนเลือกซื้อปรินท์เตอร์

หากคุณคิดจะซื้อปรินท์เตอร์ซักเครื่อง แต่ยังไม่รู้ว่าปรินท์เตอร์ประเถทใหนเหมาะกับงานแบบใหน เพราะปรินท์เตอร์มันมีมากมายหลายประเภทเหลือเกิน วันนี้ผมมีข้อมูลมาให้ทุกคนศึกษา ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
ปรินท์เตอร์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. Ink Jet คือปรินท์เตอร์ที่ใช่น้ำหมึกในการพิมพ์ ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก ราคาไม่สูงมากนัก มีตั้งแต่ปรินท์
อย่างเดียว จนไปถึงทำงานใด้หลากหลาย หรือที่เรียกว่า All-in-one ปรินท์เตอร์ แต่ถ้าประเภทที่
ปรินท์ได้ ถ่ายเอกสารได้ และสามารถรับส่งแฟกซ์ได้ จะเรียกว่า Multi Function ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้น
ตามลำดับ ยี่ห้อที่แนะนำได้แก่ Hp, Canon และ Epson ส่วนใหญ่จะมีตลับหมึก 2 ตลับ คือหมึกดำ
และหมึกสี เหมาะกับการพิมพ์รายงาน พิมพ์รูปที่ไม่ต้องการความละเอียดมาก สำหรับรุ่นที่ไม่ไช่
Photo Printer เป็นต้น
2. Laser Printer จะใช้ Drum และ Toner ในการพิมพ์ ราคา Toner ค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2 พันกว่าบาท พิมพ์ได้ประมาณ 2 – 3 พันแผ่น (คิดที่ประมาณ 30% ของกระดาษ A4)
ราคาเครื่องเริ่มที่ 5 พันบาทขึ้นไป ยี่ห้อที่แนะนำได้แก่ Hp และ Samsung เหมาะกับงานพิมพ์ที่ต้องใช้ปริมาณมาก เพราะต้นทุนต่อแผ่นถูกกว่า Ink Jet และตัวเครื่องมีความทนทานมากกว่า ไม่เหมาะกับงานปรินท์รูปภาพ
3. Dot Matrix หรือเครื่องพิมพ์แบบหัวเข็ม ใช้คู่กับกระดาษต่อเนื่อง เครื่องพิมพ์ประเภทนี้เสียงค่อนข้างดัง เพราะต้องใช้หัวเข็มตอกลงไปบนตลับหมึก ที่คั่นระหว่างหัวเข็มกับกระดาษ เหมาะกับการใช้พิมพ์ใบเสร็จที่มีสำเนา หรือพิมพ์สลิปเงินเดือน

หวังว่างข้อมูลของผมคงทำให้ทุกท่านตัดสินใจซื้อปรินท์เตอร์ให้เหมาะกับความต้องการนะครับ

การเลือกซื้อของอย่างชาญฉลาด ตอนเลือกซื้อปลาสด

สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ปลาคือแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมชนิดหนึ่ง เนื่องจากปลาให้โปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูง แต่ไขมันต่ำ (เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์อย่างอื่น) นอกจากนี้โปรตีนในปลา ยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย และเนื้อปลายังอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 บี 2 บี 6 และวิตามินดี เนื้อปลาจึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก ผู้มีความดันโลหิตสูง และผู้ป่วยโรคหัวใจ วันนี้เราจึงนำวิธีเลือกซื้อปลามาฝาก สำหรับผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ที่ชื่นชอบในการทานปลา
สำหรับการเลือกซื้อปลา มีเคล็ดลับง่ายๆ คือ ต้องเลือกปลาที่ตาใส ตาปลาไม่ควรยุบลงเป็นเบ้า และเนื้อปลาต้องแน่น เมื่อกดแล้วยกนิ้วขึ้นเนื้อปลาต้องคงสภาพปกติ ไม่บุ๋มตามรอยนิ้วมือ ที่สำคัญเหงือกปลาต้องมีสีแดงสด
เมื่อเลือกซื้อปลาได้แล้ว ควรทำความสะอาดปลา โดยต้องขอดเกล็ดออกให้หมด เพราะหากทานปลาแล้วโดนเกล็ดปลา จะทำให้เสียรสชาติ เพราะปลาบางชนิดเกล็ดใหญ่และแข็งมากและถ้าปลานั้นไม่มีเกล็ด ก็ต้องขูดเมือกออก แล้วดึงเหงือกและควักไส้ออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น ซึ่งหากต้องการความสะดวก อาจให้แม่ค้าปลาช่วยจัดการให้ก็ได้ แต่เมื่อมาถึงบ้านแล้วเราก็นำเอาปลาเหล่านั้นมาล้างให้สะอาดอีกครั้ง เสร็จแล้วก็จัดการเก็บใส่กล่องพลาสติก ปิดฝาให้มิดชิด นำเข้าช่องแช่แข็ง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสาระน่ารู้ในวันนี้ จะทำให้การเลือกซื้อปลาในครั้งต่อไปของท่านจะไม่เป็นเรื่องที่ยางยากอีกต่อไป